ครบเครื่องเรื่องแผ่น CD-DVD

13 เมษายน 2555 21:52:41

Untitled Document

ครบเครื่องเรื่องแผ่น CD - DVD
ทุก วันนี้เทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลต่างๆ มีความหลากหลายมากขึ้น ผู้ผลิตสื่อบันทึกข้อมูล จึงผลิตสื่อจัดเก็บข้อมูลประเภทต่างๆ เพื่อให้เราได้เลือกซื้อใช้กันตามความต้องการ ดังนั้นก่อนการเลือกซื้อ เรามาทำความรู้จักสื่อจัดเก็บข้อมูลประเภทต่างๆ ว่าแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกันอย่างไร เพื่อเลือกซื้อให้ได้กับความต้องการและคุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายไป

  แผ่น CD (Compact Disk)
เป็นสื่อบันทึกข้อมูลแบบคิดค้นโดย Phillips และ Sony เพื่อใช้บันทึกข้อมูลที่เป็นเสียงในแบบสเตริโอ (Stereo) โดยใช้หลักการบันทึกเสียงให้เป็นแบบดิจิตอล (Digital)

  แผ่น CD-ROM (Compact Disc-Read Only Memory)
เป็น แผ่นที่สามารถอ่านข้อมูลได้อย่างเดียว ไม่สามารถบันทึกข้อมูลใหม่ หรือข้อมูลเดิมที่มีอยู่ ก่อนได้ ภายในแผ่นจะมีข้อมูลที่บรรจุอยู่ภายในแผ่นเรียบร้อยแล้ว เช่น พวก ซีดีเพลง ซีดีซอร์ฟแวร์ ซีดีเกม เป็นต้น

  แผ่น CD-R (Compact Disc-Recordable)
เป็น แผ่นที่สามารถบันทึกข้อมูลบนแผ่นได้จนกว่าจะเต็มแผ่น และตำแหน่งที่บันทึกข้อมูลไปแล้วไม่สามารถทำการบันทึกซ้ำได้อีก ไม่สามารถลบหรือแก้ไขข้อมูลได้ มีขนาดความจุ 700MB

 แผ่น CD-RW (Compact Disc-Rewritable)
เป็นแผ่นที่เมื่อบันทึกข้อมูลไปแล้วสามารถลบข้อมูลเก่าบนแผ่นแล ะบันทึกข้อมูลใหม่ได้ การบันทึกของแผ่น CD-RW จะเป็นไปในลักษณะที่เรียกว่า multi-sessions เทคโนโลยีของ CD-RW จะแตกต่างจาก CD-R เนื่องจากต้องมีการบันทึกซ้ำ สารเคมีที่เคลือบบนแผ่น CD-RW จะสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อได้รับความร้อนถึงจุด ๆ หนึ่ง สามารถบันทึกข้อมูลได้ประมาณ 1,000 ครั้ง มีขนาดความจุ 700MB

  แผ่น CD-R LightScribe
เป็นแผ่นที่สามารถบันทึกข้อมูลลงบนแผ่นได้คล้ายแผ่น CD-R แต่ได้เพิ่มเทคโนโลยี LightScribe สร้างลวดลายโดยอาศัยแสงเลเซอร์เขียนลงไปที่แผ่นซึ่งอาบด้วยสารเ คมีพิเศษสีทองซึ่งจะทำให้เปลี่ยนเป็นรอยจุดสีดำซึ่งมีความละเอี ยดสูง สามารถสร้างสรรค์ทั้งข้อความและรูปภาพลวดลายลงบนแผ่น Disc ได้ โดยไม่ต้องใช้เครื่อง Printer ทำให้แผ่นที่ได้มีความสวยงามและมีคุณค่า

  แผ่น CD-R Printable
เป็นแผ่นที่สามารถบันทึกข้อมูลลงบนแผ่นได้คล้ายแผ่น CD-R แต่สามารถพิมพ์ลวดลายลงบนแผ่นโดยตรงโดยใช้เครื่อง Printer Inkjet

 แผ่น Mini CD-R (Mini Compact Disc-Recordable)
เป็นแผ่นซีดีขนาดเล็ก พกพาสะดวก (ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 8 ซม.) มีความจุน้อยกว่าซีดีธรรมดามีขนาดความจุ 185-200MB

 แผ่น CD Card
เป็นแผ่นซีดี มีรูปร่างและขนาดใกล้เคียงกับนามบัตร   

 แผ่น DVD-ROM (Digital Versatile Disc-Read Only Memory)
เป็น แผ่นที่สามารถอ่านข้อมูลได้อย่างเดียว ไม่สามารถบันทึกข้อมูลใหม่ หรือข้อมูลเดิมที่มีอยู่ ก่อนได้ ภายในแผ่นจะมีข้อมูลที่บรรจุอยู่ภายในแผ่นเรียบร้อยแล้ว เช่น   

แผ่น DVD-Audio
เป็นแผ่นสำหรับบันทึกเสียงระดับคุณภาพในรูปแบบของเสียงระบบดิจิ ตอล จึงทำให้เสียงที่ได้มีความสมบูรณ์ที่สุด เช่นระบบ เสียง Dolby Digital System

ตารางเปรียบเทียบระหว่าง CD-Audio และ DVD-Audio

รายละเอียด

ซีดีโอดิโอ

ดีวีดีโอดิโอ

Sample Rate

44.1 kHz

192 kHz

Sample Rate/วินาที

44,100

192,000

Sampling accuracy

16 bits

24 bits

จำนวนระดับของเอาต์พุต

65,536

16,777,216

แผ่น DVD-Video
เป็นแผ่นใช้สำหรับจัดเก็บภาพยนตร์ความละเอียดสูง ในรูปแบบของ MPEG-2 ให้รายละเอียดที่มากกว่า VCD ถึง 4 เท่าพร้อมระบบเสียงในฟิล์มได้มากถึง 8 ภาษา โดยในแต่ละภาษาอาจจะเป็นระบบเสียงสเตอริโอ 2.0 ช่อง (รูปแบบ PCM) หรือ ระบบเสียงรอบทิศทาง (เช่น 4.0, 5.1, 6.1 ช่อง) ในรูปแบบ Dolby Digital (AC-3) หรือ Digital Theater System (DTS) และ คำบรรยาย (Subtitle) ได้มากสูงสุดถึง 32 ภาษา 

ตารางเปรียบเทียบระหว่าง DVD ประเภทต่างๆ

รูปแบบ

ความจุ (GB)

ความยาวของภาพยนตร์ (Hour)

DVD 5 

4.38

2

DVD 9

7.95

4

DVD 10

8.75

4.5

DVD 18

15.9

 > 8

  แผ่น DVD-R (Digital Versatile Disc-Recordable)
เป็นแผ่นที่สามารถบันทึกข้อมูลได้หลายครั้ง (Multi Section) จนกว่าจะเต็มแผ่น โดยสามารถบันทึกข้อมูลใหม่ต่อจากข้อมูลเก่าไปเรื่อยๆ จนเต็มแผ่น เมื่อบันทึกข้อมูลแล้วไม่สามารถลบหรือบันทึกข้อมูลใหม่ทับบนข้อ มูลเดิมที่บันทึกไปแล้วได้

  แผ่น DVD+R (Digital Versatile Disc+Recordable)
เป็นแผ่นที่สามารถบันทึกข้อมูลได้หลายครั้ง (Multi Section) จนกว่าจะเต็มแผ่น โดยสามารถบันทึกข้อมูลใหม่ต่อจากข้อมูลเก่าไปเรื่อยๆ จนเต็มแผ่น เมื่อบันทึกข้อมูลแล้วไม่สามารถลบหรือบันทึกข้อมูลใหม่ทับบนข้อ มูลเดิมที่บันทึกไปแล้วได้

** แล้วตกลงต่างกันอย่างไร ระหว่าง DVD-R และ DVD+R **

  1. ความเข้ากันได้ของเครื่องเล่น ช่วงแรกแผ่น –R จะเข้ากันได้กับเครื่องเล่นได้มากกว่า +R แต่ปัจจุบันเครื่องเล่นสมัยใหม่ เข้ากันได้มากขึ้นแล้ว
  2. ระยะห่างของข้อมูลในการบันทึกแบบ Multi Session เปรียบเทียบโดยใช้ข้อมูลขนาดเท่ากันบันทึกข้อมูลลงบนแผ่น –R และ +R เรื่อยๆจนเต็มแผ่น ผลคือ แผ่น -R จะเสียพื้นที่ในการเพิ่มมากกว่าแบบ +R เล็กน้อย แต่ความจุรวมจะมากกว่าแผ่น +R จะสามารถบันทึกข้อมูลได้น้อยกว่า +R เนื่องจาก –R จะใช้พื้นที่ระหว่าง Multi Session มากกว่า +R จึงทำให้สามารถบันทึกข้อมูลได้น้อยกว่านั่นเอง
  3. 2 ค่าย 2 มาตรฐาน เกิดจากการรวมกลุ่มของผู้ผลิตชั้นนำ กำหนดมาตรฐานขึ้นมา 2 กลุ่มคือ


    a.DVD Forum (DVD-RW) เป็นมาตรฐานแรกเกิดจากการร่วมกลุ่มระหว่าง Pioneer Toshiba Panasonic NEC และ Sanyo เป็นผู้ดูแลมาตรฐาน DVD-R/RW

    b.DVD Alliance (DVD+RW) เกิดจากการรวมกลุ่มกันระหว่าง HP Philips Sony Yamaha และ Mitsubishi เป็นผู้ดูแลมาตรฐาน DVD+R/RW

  4. เนื่องจาก DVD+R/RW ถูกพัฒนาภายหลัง จึงได้แก้ไขข้อผิดพลาดของ DVD-R/RW ให้สามารถหยุดการเขียนและเขียนต่อได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลารอและใช้เทคโนโลยี Lossless Linking ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพการบันทึกและการอ่านข้อมูล ใช้งานได้ง่ายและสะดวกขึ้น

  แผ่น DVD-RW (Digital Versatile Disc-Rewritable)
เป็น แผ่นที่สามารถบันทึกข้อมูลได้หลายครั้ง การบันทึกข้อมูลแต่ละครั้งต้องเป็นการบันทึกทั้งแผ่น ไม่สามารถเพิ่มเติมภายหลังได้ หากต้องการบันทึกข้อมูลต้องทำการลบข้อมูลเก่า (Erase Data) จึงจะสามารถบันทึกข้อมูลใหม่ได้ สามารถบันทึกข้อมูลใหม่ได้กว่า 100,000 ครั้ง

  แผ่น DVD+RW (Digital Versatile Disc Rewritable)
เป็น แผ่นที่สามารถบันทึกข้อมูลได้หลายครั้ง การบันทึกข้อมูลสามารถบันทึกข้อมูลได้ทั้ง บันทึกข้อมูลแบบครั้งเดียวหรือบันทึกข้อมูลแบบต่อเนื่อง โดยไม่ต้องลบข้อมูลเก่าก่อน (Erase Data)  สามารถบันทึกข้อมูลใหม่ได้กว่า 100,000 ครั้ง

  แผ่น DVD-RAM (Digital Versatile Disc - Random Access Memory)
เป็นดีวีดี แบบใหม่กำลังได้รับความนิยม การทำงานเข้าถึงข้อมูลในแบบลำดับ เหมือนกับ Hard Disc โดย จะทำการบันทึกจะวางข้อมูลที่อยู่บนแผ่นต่อกันไปเรื่อยๆ จนสิ้นสุดข้อมูลนั้นๆ และการอ่านจะเริ่มต้นจากจุดแรกของข้อมูลนั่นๆ การบันทึกข้อมูลจะต้องเป็นไดร์ฟชนิดพิเศษในการอ่านและเขียนข้อมูล ข้อดีสามารถบันทึกข้อมูลซ้ำไปซ้ำมาได้มากกว่า 100,000 ครั้ง ทำให้ถูกนำไปใช้อุปกรณ์สมัยใหม่มากขึ้นเช่น กล้่องวิดีโอดิจิตอล

ประเภทของแผ่นดีวีดี
ดีวีดีมีให้เลือกใช้งานหลายความจุ ซึ่งแต่ละแบบมีเทคนิคในการเก็บข้อมูลที่ไม่เหมือนกัน ปัจจุบันแบ่งเป็น 4 รูปแบบตามความจุดังนี้

 DVD-5 Single-Sided, Single Layer 
เป็นแผ่นที่สามารถบันทึกข้อมูลได้หลายครั้ง (Multi Section) จนกว่าจะเต็มแผ่น โดยสามารถบันทึกข้อมูลใหม่ต่อจากข้อมูลเก่าไปเรื่อยๆ จนเต็มแผ่น เมื่อบันทึกข้อมูลแล้วไม่สามารถลบหรือบันทึกข้อมูลใหม่ทับบนข้อ มูลเดิมที่บันทึกไปแล้วได้ มีขนาดความจุ 4.7GB

 DVD-9 Single-Sided, Double Layer 
เป็นแผ่น DVD ที่สามารถบันทึกข้อมูลได้เพียงด้านเดียว เหมือนกับ DVD 5 แ่ต่จะต่างกันที่มีการเพิ่มชั้นที่ใช้สำหรับบันทึกข้อมูลเพิ่มขึ้นภายในหน้านั้นเป็น 2 ชั้นชนิดที่มีการบันทึกข้อมูลแบบหน้าเดียว แต่แบ่งส่วนการบันทึกข้อมูลได้ 2 ชั้น (Dual Layer) สามารถบันทึกข้อมูลได้ 8.4GB

DVD-10 Double-Sided, Single Layer 
เป็นแผ่น DVD ที่สามารถบันทึกข้อมูลได้ทั้ง 2 หน้า โดยแต่ละหน้าจะมีการบันทึกข้อมูล 1 ชั้น   ดังนั้น ทั้ง 2 ด้าน จะสามารถบันทึกข้อมูลได้ 9.4GB

DVD-18 Double-Sided, Double Layer  
เป็นแผ่น DVD ที่สามารถบันทึกข้อมูลได้ทั้ง 2 หน้า โดยแต่ละหน้าจะมีการบันทึกข้อมูล 2 ชั้น สามารถบันทึกข้อมูลได้ด้าน 17GB

การเลือกซื้อแผ่น
เราจะเลือกซื้อแผ่น CD หรือ DVD อย่างไร
  • สังเกตมาตรฐานให้มั่นใจก่อน ว่าเครื่องบันทึกแผ่น สามารถอ่านแผ่นแบบไหนได้บ้าง
  • ความจุคือสิ่งสำคัญ
  • ความเร็วของการเขียนแผ่น
  • รูปแบบของแผ่นที่บรรทุกได้ ข้อมูล data เสียง audio ภาพยนตร์ Movie
  • ยี่ห้อหรือแบรนด์ ดูความสำคัญของข้อมูลว่าสำคัญแค่ไหน
  • ราคา บ่งบอกถึงประสิทธิภาพ

เทคนิคการเขียนแผ่นอย่างไรให้คุ้มค่า

  • คำนวณความจุข้อมูลรวมกันให้ครบ 700 เมกะไบต์ โดยให้เก็บไฟล์รวมกันในโฟลเดอร์ แล้วจึงทำการเขียนแผ่นซีดี จะทำให้ประหยัดแผ่นได้มากขึ้น
  • ไม่ควรเปิดโปรแกรมที่ใช้ซีพียูหรือกินทรัพยากรมากๆขณะที่เขียนแ ผ่นซีดี อย่างเช่นการถอดรหัสวีดีโอ หรือประมวลผลชั้นสูง อาจจะทำให้การเขียนแผ่นซีดีผิดพลาดได้ง่ายขึ้น แต่ถ้างานทั่วไปอย่างเช่น ท่องอินเทอร์เน็ตหรือพิมพ์เอกสาร ฟังเพลง สามารถทำได้ตามปกติ
  • ในการสำรองข้อมูล ควรใช้โปรแกรมบีบอัดข้อมูลอย่างเช่น WinZip หรือ WinRar เพื่อที่จะประหยัดพื้นที่ในการสำรองข้อมูลได้มากขึ้นถึง 2-3 เท่าและใช้แผ่นให้น้อยลง
  • การสำเนาแผ่นซีดี ควรใช้โปรแกรมเฉพาะทาง อย่างโปรแกรม Alcohol 120% เพราะแผ่นซีดีต้นฉบับบางแผ่นมีการป้องกันไม่ให้ทำสำเนาได้ โดยโปรแกรมมนี้จะมีโหมดการสำเนา
  • ถ้าจำเป็นต้องเขียนข้อมูลที่มีขนาดเล็ก ควรใช้โหมดการเขียน Multisession เพื่อทำให้แผ่นซีดีอาร์สามารถเขียนข้อมูลต่อได้อีกเรื่อยๆ
  • แผ่นที่เขียนอยู่ ในโหมด Multisession อาจจะใช้งานไม่ได้กับไดร์ฟรุ่นเก่าๆ ดังนั้นควรทำการ Finalize แผ่นก่อน จะทำให้ไดร์ฟทั่วไปอ่านแผ่นซีดีออก
  • ต้องแน่ใจว่าเครื่องวีซีดีหรือเครื่องเล่นสามารถอ่านแผ่นที่ควา มเร็วสูงๆได้ ถ้าอ่านไม่ได้ ควรเขียนแผ่นซีดีออดิโอและวีซีดีในความเร็วที่ต่ำที่สุดเท่าที่ จะเป็นไปได้
  • การทำแผ่นวีซีดี จากไฟล์วีดีโอ ต้องทำาการแปลงฟอร์แมตวีดีโอให้ตรงกับมาตรฐานแผ่นวีซีดีที่ระบุ ไว้ จึงจะทำให้สามารถนำแผ่นวีซีดีไปใช้กับเครื่องเล่นได้ตามปกติ
  • ควรดูแลรักษาแผ่น ซีดีอาร์และแผ่นซีดีอาร์ดับบลิวให้ดี เพราะเมื่อเกิดรอยจะทำให้การเขียนแผ่นผิดพลาด ส่วนแผ่นที่เขียนเสร็จแล้วควรเก็บไว้ในกล่อง ซองพลาสติก หรือกระเป๋าใส่ซีดี จะช่วยยืดอายุแผ่นซีดีได้นานขึ้น
  • ควรใช้ปากากเขียนแผ่นซีดีที่ทำขึ้นมาโดยเฉพาะ อย่าใช้ปากกาลูกลื่นหรือปากกามีคม เด็ดขาดเพราะอาจจะทำให้แผ่นซีดีเสียหายได้

การดูแลรักษาแผ่น
วิธีการง่ายๆ ที่หลายคนมองข้ามกัน มาดูซิว่า การเก็บรักษาแผ่นของคุณถูกวิธีแล้วหรือยัง

หยิบจับให้ถูก

  • ให้เลือกจับที่ขอบแผ่นหรือใช้นิ้วชี้สอดรูตรงกลางแผ่น เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดลอยนิ้วมือ โดยไม่ได้

เลี่ยงการสัมผัสผิวแผ่น

  • ไม่ควรสัมผัสผิวของแผ่นทั้ง 2 ด้าน
    1. ด้านบันทึกข้อมูล หรือด้านสะท้อนแสง ไม่ควรทำให้เกิดรอยใดๆทั้งสิน เนื่องจากรอยต่างๆที่เกิดขึ้นอาจมีผลทำให้แผ่นบริเวณนั้นไม่สาม ารถอ่านได้หรือเกิดการสะดุดระหว่างการอ่านได้
    2. ด้านลวดลาย หรือ สกรีนแผ่น (Label) หลายคนมองข้าม คิดว่าด้านบันทึกข้อมูลของแผ่นสำคัญกว่าด้านสกรีนแผ่น แต่จะบอกว่า ด้านสกรีนแผ่น ก็สำคัญไม่ใช่น้อย เนื่องจากด้านนี้ เป็นด้านที่ข้อมูลที่บันทึกจะอยู่ใกล้บริเวณนี้ที่สุด จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้วัสดุของแข็ง ขูดขีด บริเวณนี้

          งดแผ่นเทปกาว

  • ไม่ควรนำแผ่นเทป กาว หรือวัสดุใดๆ แปะบนพื้นผิวแผ่น เนื่องจากจะทำให้แผ่นเสียความสมดุล ระหว่างที่เครื่องอ่านแผ่น ทำให้แผ่นอ่านได้ลำบากได้ และ เทปกาว มีผลทำให้เกิดรอยหรือ หลุดร่อนตามเทปกาวที่แปะลงไปได้

ใช้ปากกาถูกประเภท

  • ใช้ปากกาสำหรับเขียนแผ่นเท่านั้น ไม่ควรใช้ปากกาประเภทหัวแข็งเขียนแผ่นโดยเด็ดขาด

ร้อนเย็นให้พอเหมาะ

  • ควรเก็บแผ่นไว้ในสภาพที่เหมาะสม ควรอยู่ระหว่าง -5 - 55 C , 23 – 131 F ไม่ควรเก็บใกล้ความชื้นและไม่ควรให้แผ่นสัมผัสความร้อนจาก
    แสงแดดโดยตรงเป็นเวลานาน

ทำความสะอาดแผ่นถูกวิธี

  • เมื่อต้องทำความ สะอาดแผ่นจากรอยเปื้อนต่าง ควรใช้ผ้านุ่ม สะอาด (ผ้าเช็คแว่นตาก็ได้) เช็คแผ่นเบาๆ โดยเช็ดจากด้านในกลางแผ่นออกด้านนอก ในแนวรัศมีของแผ่น ไม่ควรเช็คในลักษณะทิศทางเส้นรอบวง

และไม่ควรใช้สารละลายใดๆทำความสะอาดแผ่น ซึ่งอาจทำให้แผ่นเสียหายได้

เก็บแผ่นใส่กล่องเสมอ

  • ควรเก็บแผ่นไว้ในกล่องใส่ หรือ ซอง เสมอ เมื่อไม่ได้ใช้งาน เพื่อป้องกันฝุ่นต่างๆ และหลีกลี่ยงการวางวัตถุอื่นทับแผ่นโดยตรง